"ขี่ม้า...กินปลาส้ม...ชมภูเขา ที่ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์" จังหวัดเพชรบุรี

เป้าหมายของการเดินทางสู่บ้านน้ำทรัพย์ เพื่อเรียนรู้วิถีชุมชนและลิ้มลองอาหารจานเด็ดขึ้นชื่อของที่นี่ ก็คือ "ปลาส้ม" ที่มีทั้งแบบดั้งเดิม หรือที่แปรรูปแล้วเป็น "ปลาส้มนักเก็ต" และ "ปลาส้มคั่วกลิ้ง" ที่ฟังชื่อแล้วต้องขอลิ้มลอง

เมื่อกล่าวถึงเมืองเพชรบุรี หลายคนก็จะนึกถึง "น้ำตาลโตนด" ซึ่งเป็นผลผลิตจากต้นตาลที่มีอยู่มากมาย มองเห็นได้อยู่ทั่วไป และในชุมชนส่วนใหญ่ของเมืองเพชรบุรีจะมี "ขนมทองม้วน" เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งมีน้ำตาลโตนดเป็นส่วนผสมที่สำคัญของการทำขนมทองม้วน แต่ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์ก็สร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยการพัฒนา "ปลาส้ม" ให้เป็นอาหารจานอร่อย ที่บรรดานักท่องเที่ยวจะได้มาลิ้มลองและซื้อเป็นของฝากติดมือกลับไป แต่ความเป็นมาของปลาส้มบ้านน้ำทรัพย์ไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่ยังมีความเป็นมาที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่มาของปลาที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำปลาส้ม


ย้อนไปเมื่ออดีตบ้านน้ำทรัพย์ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรมช่วงฤดูร้อน ชุมชนจึงได้จัดหางบประมาณเพื่อนำมาขุดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขุดคลองเชื่อมต่อกับแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อดึงน้ำให้เข้ามาเก็บในอ่างเก็บน้ำและนำไปใช้ทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง เมื่อจัดทำบ่อแล้วก็ถือโอกาสปล่อยปลาเศรษฐกิจ เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน เป็นต้น ให้เติบโตต่อไป และนำส่วนหนึ่งมาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำปลาส้มของบ้านน้ำทรัพย์จนถึงทุกวันนี้




วันนี้นอกจากเมนูปลาส้มแล้ว ยังมีจานเด็ดที่ทำจากปลานิลที่สดอร่อยไม่แพ้กัน ได้แก่ ต้มยำปลานิลน้ำใส และ ปลานิลทอดกระเทียมพริกไทย เนื้อปลามีความสดและไม่มีกลิ่นโคลน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เนื้อของปลานิลจะมีกลิ่นโคลนนิดๆ เพราะปลานิลเป็นปลาที่หากินตามพื้นน้ำ แต่ปลานิลที่บ้านน้ำทรัพย์ แอดมินแทบจะไม่ได้กลิ่นโคลนเลย



นอกจากปลาส้มแล้ว จานเด็ดอื่นๆ ของชุมชนบ้านน้ำทรัพย์ก็จะมี "ผัดเผ็ดไก่ประดู่หางดำ" 🐓 เป็นไก่บ้านที่เนื้อหนึบนุ่มไขมันน้อย ผัดกับพริกเครื่องแกงพริกรสชาติจัดจ้านตามสไตล์เมืองเพชรบุรีให้ความเผ็ดร้อนดีนัก

"ข้อมูลเกี่ยวกับไก่ประดู่หางดำ : จากข้อมูลของศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธ์ุสัตว์ (ไก่พื้นเมือง) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลความเป็นมาของไก่ประดู่หางดำว่า...เป็นพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม แถบสุพรรณบุรีสิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ฉะเชิงเทรา มีนบุรี และหนองจอก เป็นแหล่งกำเหนิดไก่ประดู่หางดำชั้นดี จากประวัติศาสตร์ไก่ประดู่หางดำโด่งดังในสมัยพระเอกาทศรถ (พระองค์ขาว) ได้ทรงนำไก่ประดู่หางดำจากสุพรรณบุรีมาชนกับไก่ของข้าราชบริพาร และทรง ชนะมาตลอด ปัจจุบันเป็นที่นิยมเลี้ยงแพร่หลายไปทั่วประเทศและต่างประเทศในแถบ เอเชีย เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย บรูไน
ปีพ.ศ.2549 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจับ (สกว.)และมหาวิทยาลัยราชมงคลอีสานวิทยาเขตกาฬสินธุ์ ได้ร่วมมือกันปรับปรุงพันธุ์ไก่ประดู่หางดำ และชี โดยปรับปรุงลักษณะที่สำคัญ 3 ลักษณะคือ "โตดี ไข่ดก อกกว้าง" ซึ่งเป็นลักษณะ ตรงตามความต้องกาของตลาด"

หลังจากที่ได้อิ่มอร่อยกันแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ทำกิจกรรมสนุกๆ 🐎"เรียนรู้การขี่ม้าและวิถีชีวิตของคาวบอย" ซึ่งในอดีต "ม้า" เป็นพาหนะที่สำคัญของคนในชุมชนบ้านน้ำทรัพย์
การทำ "ขนมทองม้วน" เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ อาจจะหาชมได้ในหลายชุมชน ซึ่งทองม้วนของเมืองเพชรบุรี จะใช้น้ำตาลโตนดเพื่อให้ความหวาน และนักท่องเที่ยวก็ได้มีโอกาสร่วมทำกิจกรรมทำทองม้วนกันอย่างสนุกสนาน

เราใช้เวลาอยู่ที่บ้านน้ำทรัพย์ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ได้ทั้งความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนบ้านน้ำทรัพย์ สนุกกับการแสดงม้าและวิถีชีวิตคาวบอย สนุกกับการทำขนมทองม้วน แล้วที่สำคัญที่สุดของทริปเดลิเชียสเดสติเนชั่น "Delicious Destination @petchaburi" ณ บ้านน้ำทรัพย์แห่งนี้คือการได้รู้จักและลิ้มชิมรสของอาหารจานอร่อย และหอบหิ้วเอาปลาส้มคั่วกลิ้งกลับไปอร่อยต่อที่บ้านได้อีก
การเดินทาง "Delicious Destination @petchaburi" เพิ่งเริ่มต้น ทริปนี้ยังมีชุมชนอีกหลายแห่งที่เราต้องไปเยี่ยมเยือน เพราะมีเมนูอร่อยมากมายรออยู่ ติดตามต่อไปนะครับ ว่าชุมชนต่อไปเราจะไปกันที่ไหน และที่จะลืมไม่ได้ต้องขอบคุณ อพท. ที่ได้นำแอดมินมาเปิดหูเปิดตาเส้นทางความอร่อย ณ ชุมชนเมืองเพชรบุรี🤓🤘
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อพท.
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. สังกัด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ความคิดเห็น